HR ควรทำอย่างไรในสถานการณ์ระบาดของ Coronavirus(COVID-19)

ตอนนี้สถานการณ์ที่ถูกจับตามองรายวันทั่วโลกคือการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่าที่ถูกยกระดับเป็นเหตุฉุกเฉินระดับโลก และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของคนและเศรษฐกิจทั่วโลก ส่งผลให้บริษัทต่างๆทยอยออกนโยบายเร่งด่วนให้พนักงานทำงานที่บ้าน และทำให้ Work from home กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง ถึงประสิทธิผลที่บริษัทจะได้รับหาก พนักงานทุกคนทำงานจากที่บ้าน

 

 

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า สิ่งที่ผู้นำฝ่ายทรัพยากรบุคคลควร (HR) ของบริษัทต่างๆสามารถทำได้ดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ คือการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่า โดยไม่ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกโดยให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับไวรัสและอาการ เพื่อควบคุมการแพร่กระจาย รวมถึงปกป้ององค์กรจากความตื่นตระหนกของข่าวลวง

ซูซาน กลอส โชลิสสกี้ สมาชิกการจ้างงานแรงงานและการปฏิบัติในการจัดการแรงงาน จากบริษัท Epstein Becker Green บริษัท กฎหมายด้านการดูแลสุขภาพในสหรัฐอเมริกาได้ให้คำแนะนำไว้ว่า 

“HR ควรตรวจสอบว่าพนักงานไม่ได้แบ่งปันข้อมูลที่เป็นเท็จ รวมถึงดูว่าพนักงานพฤติกรรมที่ปฏิเสธการปฏิสัมพันธ์กับพนักงานชาวเอเชียหรือไม่” พฤติกรรมเช่นนี้นำไปสู่ปัญหาการกีดกันทางเชื้อชาติและความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในองค์กร

ขั้นตอนที่เรียบง่าย แต่สำคัญ

 

 

ดร. เทเรซา บาร์ตเลตต์ รองประธานอาวุโสและผู้อำนวยการด้านการแพทย์ของ Sedgwick กล่าวว่าการที่สื่อเสนอข่าวของไวรัสโคโรน่าอย่างสม่ำเสมอเป็นเครื่องเตือนใจที่ดีสำหรับแผนกทรัพยากรบุคคลที่จะเน้นขั้นตอนการป้องกันเพื่อป้องกันการติดต่อของไวรัสในสถานที่ทำงานทั้งหมด 

ดร. บาร์ตเลตต์ ได้หารือกับองค์กรขนาดใหญ่หลายราย และกล่าวว่า “สิ่งสำคัญอันดับแรกในตอนนี้คือควรสำรวจว่า มีพนักงานในองค์กรที่เข้าข่ายมีอาการป่วยหรือไม่ ถ้าพวกเขามีอาการไอ มีไข้และหายใจลำบาก พวกเขาไม่ควรเข้ามาที่ทำงาน และให้พวกเขาทำงานที่บ้านเท่าที่จะทำได้ รวมถึงออกข้อปฏิบัติให้กับพนักงานในช่วงการระบาดของไวรัส เช่น รณรงค์การล้างมือ ใส่หน้ากาก ปิดปากเวลาไอ เป็นต้น” นอกจากนี้ควรจัดมาตรการรักษาความสะอาดของพื้นผิวในที่ทำงาน เช่น การทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะขององค์กร เช่น ลิฟต์ โรงอาหาร และห้องน้ำ

 

เรียนรู้จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต

 

 

HR เองควรวางแผนที่พร้อมนำไปใช้หากเกิดการระบาดครั้งใหญ่ เพื่อให้แผนกต่างๆรับมือได้ท่วงที เช่น การวางแผนร่วมกับฝ่ายบริหารจัดการความเสี่ยง ฝ่ายการเงิน และฝ่ายไอทีเป็นต้น 

จากการรายงานของ Gartner ได้สรุปเหตุการณ์การรับมือขององค์กรต่างๆในช่วงการระบาดของ SARS และ H1N1 ที่เคยระบาดจากทางเอเชียไว้ ซึ่งในช่วงนั้นการระบาดก็ส่งผลต่อเศรษฐกิจทั่วโลกเช่นกัน  บริษัทอเมริกันเอ็กซ์เพรสกำหนดหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบภัยคุกคามของการระบาดใหญ่ครั้งต่อไป มันรวมทั้งผลกระทบต่อธุรกิจและผลกระทบต่อชุมชนเพื่อกำหนด “เกณฑ์สำหรับการดำเนินการ”

ถัดไป บริษัทต้องจัดบทบาทเหล่านั้นตามหมวดหมู่: สิ่งจำเป็นการระงับชั่วคราวและการระงับเพิ่มเติม (บทบาทที่สามารถถูกระงับได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อธุรกิจ) บริษัทกู๊ดเยียร์ทำการวิเคราะห์สกิลของพนักงานเพื่อกำหนดบทบาทความสำคัญในหน้าที่ของการทำงานแต่ละฝ่าย

 

สำหรับพนักงานที่ทำงานในประเทศจีน 

 

 

องค์กรที่มีพนักงานชาวต่างชาติในประเทศจีน หรือมีพนักงานตำแหน่งสำคัญของบริษัททำงานอยู่ที่จีน บริษัทควรตรวจสอบแนวทางการเดินทางไปยังภูมิภาคอย่างรอบคอบว่ามีความจำเป็นที่ต้องเดินทางจริงหรือไม่ กลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ BGH (National Business Group on Health) ของสหรัฐอเมริกาได้ออกแนวทางปฏิบัติสำหรับนายจ้างที่มีธุรกิจสำคัญในเอเชียโดยแจ้งว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้ให้คำแนะนำไม่ให้เดินทางไปยังประเทศจีนเพื่อตัดความเสี่ยงที่จะเพิ่มขึ้นต่อไป

 

สำหรับ บริษัทที่กังวลว่าพนักงานได้รับเชื้อไวรัสโคโรน่า บริษัทกฎหมาย Littler แนะนำให้สั่งให้พนักงานอยู่บ้านเป็นเวลานานถึง 14 วันเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่แสดงอาการของไวรัส พนักงานไม่ควรกลับไปทำงานจนกว่าพวกเขาจะได้รับการแจ้งเตือนเรื่อง แนวทางการทำงานหรือการกลับมาทำงานตามปกติ

 

หากพนักงานติดเชื้อ Littler ได้แนะนำให้ติดต่อกับ โรงพยาบาลในพื้นที่ทันทีและให้ บริษัททำความสะอาดและฆ่าเชื้อในที่ทำงาน รวมถึงควรแจ้งให้พนักงานคนอื่นทราบและบริษัทควรพิจารณาอนุมัติค่าตรวจสุขภาพให้พนักงานเพื่อตรวจหาไวรัส บริษัทควรดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อกำจัดความเสี่ยงที่คนทั้งบริษัทจะติดไวรัสและไม่ให้เกิดเหตุการณ์กีดกันทางเชื้อชาติที่อาจเกิดขึ้นได้

 

ในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นเรื่องยากที่บริษัทจะจัดการตรวจสอบเวลาการทำงานของพนักงาน บริษัทต่างๆควรเริ่มปรับตัวนำโปรแกรมที่เป็นระบบอัตโนมัติ มาใช้ เช่นการประชุมออนไลน์ด้วย Google Hangout หรือ โปรแกรมการเวลาเข้างานของพนักงานได้จากที่บ้าน ซึ่งทาง Bytecrunch เองก็มีระบบที่สามารถให้พนักงานกด เช็คอิน การทำงานจากที่บ้านและสามารถออกเป็นรายงานได้

 

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นใช้โปรแกรมบริหารทรัพยากรบุคคลหรือระบบบริหารจัดการกะเวลาของพนักงานอย่างไรและฟังก์ชันต่าง ๆจะตอบสนองความต้องการใช้งานของบริษัทคุณหรือไม่

คุณสามารถปรึกษา Bytecrunch ฟรีได้ทาง 02 026 3297 หรือติดต่อ sales@byte-crunch.com

 

อ้างอิง [1]