9 เคล็ดลับ WFH อย่างไรให้ได้งาน

ระหว่างช่วงการระบาดของ COVID-19 ทำให้หลายบริษัทต้องการให้พนักงานทำงานจากที่บ้านต่อไป แต่การทำงานที่บ้าน (Work from home – WFH) ในยุคที่เรามี Social distancing การไม่ได้เข้าออฟฟิศเลยอาจทำให้พนักงานรู้สึกเหงาและถอยห่างจากสังคมซึ่งมีผลต่อจิตใจและผลงานในที่สุด

 

 

บางคนอาจคิดว่าการทำงานที่บ้านนั้นเป็นแค่เรื่องชั่วคราวและไม่ได้ใส่ใจที่จะกำหนดขอบเขตการทำงานที่ชัดเจนเช่น ระยะเวลางานหรือจัดโต๊ะทำงานให้เป็นกิจะลักษณะไว้ ก็อาจถูกรบกวนจากสิ่งรอบๆได้ง่าย และกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง เพราะความเป็นจริงแล้วพื้นที่ส่วนตัวที่คุณอาศัยอยู่นั้นไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการทำงานแบบมืออาชีพตามปกติที่คุณคุ้นเคย หันไปทางไหนก็มีสิ่งที่ดึงความสนใจไปหมด 

“อ้าว ผ้าก็ต้องซัก จานก็ต้องล้าง อ๊ะ ลุกไปทำความสะอาดบ้านหน่อยดีกว่า” อย่างนี้เป็นต้น หรือมีหนังใน Netflix ที่คุณลิสต์ไว้ว่าจะดูสักหน่อย สุนัขของคุณก็อยากให้คุณพาไปเดินเล่นหรือ คุณเกิดอยากเล่นกับน้องหมาของคุณ ลูกๆของคุณ หรือสามี/ภรรยา ที่ส่งเสียงข้ามห้องมาจากอีกห้องหนึ่ง ก็อาจทำให้คุณเสียสมาธิ 

อย่าลืมว่าคุณอยู่บ้านตลอด 24/7 การปล่อยให้ตัวเองทำตามใจและไม่กำหนดวินัยจะทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองทำงานล่วงเวลานาน จากที่คุณทำงานถึงแค่เวลาเลิกงานแล้วหยุด ดังนั้นการกำหนดขอบเขตระยะเวลาการทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญแม้ว่าคุณกำลังแค่จะเดินเข้าห้องถัดไป ก็จงทำตามตารางเวลาเดียวกันเหมือนกับตอนที่คุณตื่นไปทำงานตามปกติเพื่อเตรียมสมองของคุณให้พร้อมเข้าสู่โหมดการทำงาน

 

เคล็ดลับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่บ้าน

คุณอาจคิดว่าการเปิดเพลงดังๆระหว่างทำงานที่บ้านอาจจะเป็นวิธีที่ดี แต่ความเป็นจริงแล้วการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังจะทำให้คุณไม่มีสมาธิจดจ่อกับงานที่ต้องการทำให้เสร็จ อย่างไรก็ตามคนเรานั้นมีสไตล์การทำงานที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ยุ่งเหยิง ในขณะที่คนอื่นไม่สามารถมีสมาธิได้ถ้าโต๊ะทำงานไม่เรียบร้อย เราอยากให้คุณลองสำรวจตัวเองและหาสไตล์ที่เหมาะ และลอง 9 เคล็ดลับต่อไปนี้ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานช่วง Work from home

 

 

  1. จัดพื้นที่สำหรับ WFH โดยเฉพาะในบ้านของคุณ ทำให้พื้นที่ของคุณเป็นเขตปลอดความเครียดที่เงียบสงบ หากคุณไม่มีห้องแยกต่างหากให้ลองหาพื้นที่ๆคนในบ้านผ่านไปมาน้อยที่สุด หรือมุมห้องที่อยู่ห้างจากพื้นที่หลักในบ้าน เพื่อให้คุณไม่โดนคนในบ้านรบกวนขณะทำงาน แทนที่จะนั่งเช็คเมลหน้าทีวีหรือวางเอกสารกระจายบนโต๊ะในครัว
  2. ปิดกั้นเสียงรบกวนในบ้านหรือจากเพื่อนบ้าน โดยใช้หูฟังที่ตัดเสียงรบกวน คุณอาจเปิดดนตรีเบาๆผสานเสียงธรรมชาติที่ผ่อนคลาย เช่น น้ำตก เม็ดฝน ลำธารหรือคลื่นในมหาสมุทร ซึ่งจะทำให้สมองเกิดสมาธิ ลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต 

 

  1. นั่งทำงานในส่วนที่คุณจัดไว้เป็นประจำ เพื่อให้จิตใจของคุณไม่วอกแว่กถึงสิ่งล่อใจที่อยู่รอบตัวคุณ เช่นการทำความสะอาดบ้าน จัดชั้นวางของซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ยกเอาสิ่งจิปาถะเหล่านี้ทำนอกเวลางานเหมือนที่คุณเคยทำจะดีกว่า 
  2. กำหนดเขตรอบๆพื้นที่การทำงาน และบอกคนในบ้านไม่ให้เข้ามารบกวนในพื้นที่ที่คุณกำหนดไว้ ยกเว้นมีเหตุฉุกเฉิน และถ้าเป็นไปได้ ให้คุณใช้พื้นที่นี้สำหรับการทำงานเท่านั้นและทำงานตามเวลาที่ตั้งไว้เหมือนที่คุณทำงานในออฟฟิศ เพื่อไม่ให้คุณรู้สึกว่างานล่วงเวลามากเกินไป

  1. หลังจากทำงานเสร็จแล้วให้คุณเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือทำงานให้เข้าที่ เช่นเดียวกับที่คุณเก็บล้างเครื่องครัวหลังทำอาหาร เพื่อเป็นการเตือนจิตใจว่าได้ทำงานเสร็จแล้ว และช่วยให้คุณผ่อนคลายขึ้น

 

  1. ป้องกันไม่ให้ถูกรบกวนในพื้นที่ส่วนตัว ปกติแล้วเพื่อนของคุณก็คงไม่เข้ามาที่ออฟฟิศแล้วเข้ามาคุยหรือมาชวนคุณไปข้างนอก แต่เมื่อมาทำงานที่บ้าน คนในครอบครัวหรือเพื่อนบ้านอาจคิดว่ามันต่างกันและอาจเข้ามาขัดจังหวะระหว่างการทำงาน ทำให้คุณเสียสมาธิและเสร็จงานช้ากว่ากำหนด คุณควรจับเข่าพูดคุยกับคนในบ้านและเพื่อนบ้านที่เข้ามารบกวนคุณว่าการทำงานที่บ้านนั้นไม่ต่างจากการที่ทำงานที่ออฟฟิศ และบอกให้พวกเขารู้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณเสร็จงานและว่างที่จะมาพูดคุยตามปกติ

 

 

  1. หัดใช้การสื่อสารผ่านวิดีโอให้มากกว่าเดิม ตอนนี้คุณทำงานอยู่คนเดียวที่บ้าน ดังนั้นคุณควรติดตั้งโปรแกรม หรืออุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมใช้งานกับที่บริษัทเช่น Zoom หรือ Microsoft Teams หากคุณรู้สึกเหงาเมื่อทำงานอยู่ที่บ้านคนเดียว คุณอาจลองนัดเพื่อนๆ หรือเพื่อนร่วมงานมาแชร์ไอเดียใหม่ๆที่จะปรับตัวกับสถานการณ์ปัจจุบันผ่านช่องทางออนไลน์เหล่านี้ก็ได้ 
  2. รักษาร่างกายไม่ให้เจ็บป่วย

ตอนนี้คุณใช้เวลาอยู่ที่บ้านอย่างไม่สมดุล ซึ่งอาจทำให้ล้มป่วยเพราะร่างกายไม่ได้เคลื่อนที่เท่าที่ควร ดังนั้นคุณควรหาเวลาออกไปเดินเล่นรอบตึก หรือสวนเพื่อลดความเครียดและหาเวลาออกกำลังกาย หรือหากิจกรรมทำในพื้นที่อื่นๆในบ้าน ในด้านจิตใจให้คุณใช้ Facetime, Facebook หรือ Skype เพื่อติดต่อกับเพื่อนและสมาชิกในครอบครัวเพื่อให้คุณรู้สึกใกล้ชิดกับคนที่คุณใส่ใจแม้จะไม่ได้พบปะกันต่อหน้า

 

  1. รักษาทัศนคติในการทำงานให้มั่น

จงรักษาความคิดสร้างสรรค์เอาไว้และอย่าปล่อยให้สถานการณ์รอบตัวมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของคุณ พลังสำคัญในการทำงานคือ ‘ทัศนคติ’ ซึ่งสามารถพาคุณให้ประสบความสำเร็จหรืออาจพาคุณดิ่งลงเหวได้เช่นกัน จงมุ่งมั่นทำในสิ่งที่คุณสามารถทำได้ พร้อมมองหาข้อดีในสถานการณ์ที่ยากลำบากและยอมรับในสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของคุณ  

และนี่คือ 9 เคล็ดลับการทำงานที่บ้านให้ได้งานในช่วงที่ต้อง Work from home จาก ByteCrunch เราหวังว่าทุกคนจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปได้ด้วยพลังบวกและกำลังใจที่ดีนะคะ

 

อ้างอิง [1]

Image credit : www.pixabay.com